หมวดหมู่:  ทั่วไป

ความเป็นมาและแก่นแท้ของวันสงกรานต์ คืออะไร?

สำหรับทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่เคยร่วมกิจกรรมในวันสงกรานต์มาแล้ว ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันไม่วัยใดก็วัยหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากนำเสนอในวันนี้ ว่า ประเพณีสงกรานต์นี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่? ที่มาที่ไปที่เราจะนำเสนอในบทความนี้หาใช่เป็นที่มาของนางสงกรานต์อะไรทำนองนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านสามารถหาได้ง่ายดาย เพียงแค่ปลายนิ้วยุแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะให้รู้คือ ความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ในสมัยพุทธกาล มีหรือป่าว?  ว่าแล้วจะพาผู้ท่านมารู้จักความเป็นมาในอีกมุมหนึ่งละกันครับ

ตามประเพณีวันสงกรานต์ ในปัจจุบันอย่างหนึ่งคือการเล่นน้ำและการใช้น้ำเป็นเครื่องประกอบในประเพณีสงกรานต์ เช่น การรดน้ำผู้ใหญ่และการสรงน้ำพระ เป็นต้น ในสมัยพุทธกาลได้มีประเพณีคล้ายๆกับประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นการละเล่นที่เป็นงานมหรสพของผู้คนในสมัยนั้นโดยการใช้น้ำเช่นกัน ซึ่งย่อมเป็นไปได้ที่จะสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันในงานประเพณีสงกรานต์ในปัจจุบัน เพราะทำประจำในเดือน 4 เช่นกันดังข้อความในพระไตรปิฎกที่ว่า พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถาเล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน๓ – หน้าที่ 31

“ก็สมัยนั้น มหาชนพากันเล่นมหรสพในอุตตรผัคคุณีนักขัตฤกษ์ปลายเดือน ๔ ทุก ๆ ปี กระทำพิธีสรงน้ำที่ท่าใกล้แม่น้ำคยา, ด้วยเหตุนั้นชนทั้งหลายพากันเรียกมหรสพนั้นว่า คยาผัคคุณี ดังนี้.”

ในการละเล่นที่ใช้น้ำในสมัยพุทธกาลที่เรียกว่า คยาผัคคุณี มีการใช้น้ำเป็นหลักด้วยความเชื่อของบุคคลสมัยนั้นว่า น้ำคือสิ่งที่ชำระล้างบาป อกุศลธรรมที่ได้ทำไว้ได้แต่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมให้มหาชนมีความเข้าใจถูกว่าน้ำไม่สามารถชำระล้างกิเลสได้ แต่ปัญญา กุศลธรรมประการต่างๆเท่านั้นที่จะชำระล้างกิเลสที่สะสมมาจนหมดสิ้นได้ครับ ดังข้อความพระไตรปิฎกที่ว่าพระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกายมูลปัณณาสก์เล่ม ๑ ภาค ๑ – หน้าที่ 463

บทว่า สทา ผคฺคุ ได้แก่แม้งานนักษัตรประจำเดือน ที่มีเป็นประจำ. ได้ยินว่าพราหมณ์นั้นมีทิฏฐิอย่างนี้ว่าในเดือน ๔ ผู้ใดอาบน้ำในวันข้างขึ้นเดือน ๔ ผู้นั้นย่อมชำระบาปที่ตนกระทำตลอดปีได้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงคัดค้านทิฏฐิของพราหมณ์นั้นจึงตรัสว่าสำหรับผู้บริสุทธิ์แล้วเดือน ๔ มีอยู่ทุกเมื่อสำหรับผู้หมดกิเลสแล้วนักษัตรประจำเดือน ๔ มีประจำ ห้วงน้ำนอกนี้ จักชำระล้างได้อย่างไรดังนี้.

ในทัศนะของผู้เขียนแล้ว สามารถวิเคราะห์ว่าเนื้อแท้ของประเพณีสงกรานต์คืออะไร?ได้ดังต่อไปนี้

  1. ถ้าอิงจากประวัติความเป็นมาในสมัยพุทธกาลแล้วไซร้ เนื้อแท้จริงๆ ของประเพณีสงกรานต์คือการที่พุทธบริษัทสี่ต้องชำระจิตใจให้หมดจดจากกิเลส ด้วยน้ำคืออริยมรรคมีองค์8
  2. ถ้าอิงจากสมัยปัจจุบัน (ถึงแม้ว่ามันจะเลือนลางไปมากแล้วก็ตาม) คือการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อผู้มีพระคุณ ด้วยการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ การขอพรและพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน

แต่ไม่ว่าเนื้อแท้ของวันสงกรานต์จะเลือนหายไปหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ความเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคม ซึ่งถือได้ว่าในวันสงกรานต์นี้เป็นวันที่มีความหมายกับใครหลายๆคน เพราะเป็นวันหยุดพักผ่อน กลับบ้านเกิดเมืองนอน  ไปท่องเที่ยว เป็นต้น ก็สุดแล้วแต่เหตุผลของแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรจดจำไว้คือการรักษาคุณค่าและสิ่งที่ดีงามในประเพณีไทย นั่นก็คือ การสรงน้ำพระ, ทำบุญ, รดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ และการได้อยู่พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามและควรรักษาไว้ ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นกระจกสะท้อนถึงสังคมที่ผู้คนหลงลืมเนื้อแท้ของวันสงกรานต์ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานอย่างเมามัน แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งที่ผิดมากมายอะไร เพราะแน่นอนละช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ถ้าได้น้ำเย็นๆ สักถังหนึ่งคงจะทำให้ใจเย็นขึ้นมาบ้าง แต่ทางที่ดี คือการดำเนินให้ควบคู่ไปด้วยกันเล่นได้แต่ให้เหมาะสม ไม่โลดโผนเกินไป และรักษาเนื้อแท้ของวันสงกรานต์ไว้ด้วยๆ สืบต่อไป เพราะนี้คือเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทย ที่สะท้อนว่าลึกๆแล้ว วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมพุทธยังคงอยู่คู่กันเสมอ